ซีรี่ย์เกาหลี : 1,000 Days’ Promise

ซีรี่ย์เกาหลี : 1,000 Days’ Promise ซูอี้หัว ศัลยแพทย์หนุ่มหน้าตาคมคายซึ่งรักษาคนไข้ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ในแต่ละปีจะมีงานวิจัยทางการแพทย์ซึ่งเป็นที่ยอมรับและจับตามองของวงการแพทย์ทั่วโลก หน้าตาคมคายและจิตใจที่เปี่ยมด้วยความเมตตา ทำให้เขาเป็นที่รักใคร่ของทุกคน

วันหนึ่ง ซูอี้หัวได้รับคำเชิญจากสีต้าหมิงหัวหน้าแพทย์ศัลยกรรมให้ร่วมวินิจฉัยอาการป่วยของคนไข้รายหนึ่ง คนไข้ที่ว่านี้ไม่ใช่ใคร เธอคือหลิวซินหัวลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของประธานธิบดีนั่นเอง ที่แท้หลิวซินผิงต้องเข้ารับการผ่าตัดฝังเครื่องฟอกเลือดซึ่งเป็นวิทยาการใหม่ล่าสุดของวงการแพทย์ เพื่อจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายเลือดอีกต่อไป ซูอี้หัวเป็นศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญทางด้านนี้ ดังนั้นจึงได้รับมอบหมายจากสีต้าหมิงให้ผ่าตัดฝังเครื่องฟอกเลือดให้หลิวซินผิง นึกไม่ถึงว่าภารกิจครั้งนี้ได้สร้างความอิจฉาให้ถังกั๋วไท่แพทย์หัวหน้าแผนกอายุรกรรมเป็นอันมาก ทำให้การผ่าตัดในครั้งนี้กลายเป็นการแก่งแย่งชิงดีกัน

ราวกับว่าซูอี้หัวและหลิวซินผิงต่างมีวาสนาต่อกัน ความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของหลิวซินผิง ทำให้ซูอี้หัวเกิดความประทับใจในตัวเธอขึ้นมา แต่เมื่อเห็นหลิวซินผิงถูกโรคร้ายรุมเร้า ทำให้ซูอี้หัวเกิดความสงสารและเห็นอกเห็นใจเธอ ซูอี้หัวปฏิญาณว่าจะทุ่มเทความสามารถกับการผ่าตัดครั้งนี้ จะไม่ทำให้แผลจากการผ่าตัดเป็นอุปสรรคต่อการใส่ชุดราตรีเป็นอันขาด คำพูดที่ซูอี้หัวพูดกับหลิวซินผิง ถือเป็นคำมั่นสัญญาอันยิ่งใหญ่ที่ให้ไว้กับเธอ

ขณะที่เตรียมการผ่าตัดอยู่นั่นเอง ด้วยความกังวลที่สีต้าหมิงจะได้หน้า ถังกั๋วไท่ซึ่งไม่ยอมแพ้ให้สีต้าหมิงนั้นได้ใช้อำนาจหน้าที่ที่มีเปลี่ยนตัวคณะแพทย์ที่เข้าร่วมการผ่าตัดในครั้งนี้ โดยให้ชิวชิ่งเฉิงซึ่งเป็นแพทย์รองหัวหน้าแผนกอายุรกรรมรับผิดชอบการผ่าตัดแทนซูอี้หัว ขณะที่ซูอี้หัวกำลังตรวจสอบรายชื่อคณะแพทย์ที่เข้าร่วมการผ่าตัดนั่นเอง พบว่าไม่มีรายชื่อของเขาในการผ่าตัดครั้งนี้ อาจเป็นเพราะสีต้าหมิงเห็นแก่ความปลอดภัย ดังนั้นจึงจงใจเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับก็เป็นได้ นี่เป็นเหตุผลเดียวที่ซูอี้หัวคิดได้เวลานี้ ซูอี้หัวตรวจสอบรายชื่อคณะแพทย์ต่อไปและพบว่าวิสัญญีแพทย์ที่เข้าร่วมการผ่าตัดในครั้งนี้คือกวานซินนั่นเอง

สีต้าหมิงได้รับการแต่งตั้งให้รักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล ถังกั๋วไท่ไม่คิดเลยว่าตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่เขาหมายปองได้หลุดลอยไปเสียแล้ว ถังกั๋วไท่ขึ้นไปตากลมบนดาดฟ้าของโรงพยาบาล และแล้วก็ต้องจบชีวิตลงด้วยความช้ำใจ
ตลอดชีวิตการเป็นแพทย์ของถังกั๋วไท่นั้นถือว่ามีผลงานไม่น้อย เพื่อให้ลูกเมียมีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ถังกั๋วไท่ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อให้เขาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ความจริงแล้ว ถังกั๋วไท่ก็เหมือนกับุคคลทั่วไปที่ประสบความสำเร็จ ด้วยอำนาจและเงินทอง ทำให้คนเห็นแก่ได้ ตกเป็นทาสของสังคม แต่เมื่อวันหนึ่งชีวิตได้ดิ่งลงมาต่ำสุดแล้วก็จะพบว่าทุกอย่างเป็นเพียงเมฆหมอกที่สูญสลายไป ไม่มีสิ่งใดสำคัญยิ่งกว่าชีวิต
หลังจากที่สีต้าหมิงดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลอย่างเป็นทางการแล้ว การช่วงชิงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลไม่ได้จบลง การช่วงชิงยังคงมีอยู่ต่อไป
สีชุ่ยฟ่งลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของสีต้าหมิงนั้น สีต้าหมิงชื่นชมความสามารถของซูอี้หัว เขามีความหวังจะได้ลูกเขยเช่นซูอี้หัวแพทย์หนุ่มซึ่งมีอนาคต ในงานเลี้ยงฉลองตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล สีต้าหมิงต้องการให้ครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตากันโดยมีซูอี้หัวเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวด้วย ในเวลานี้สีต้าหมิงมีอำนาจล้นฟ้า ถ้าหากจะเห็นแก่ตัวให้การสนับสนุนซูอี้หัวก็ไม่ใช่เรื่องแปลก สีต้าหมิง มอบหมายให้ชิวชิ่งเฉิงรับผิดชอบการผ่าตัดนำเครื่องฟอกเลือดออกมา สีต้าหมิงรู้ดีว่าการผ่าตัดในครั้งนี้มีปัญหามากมาย ดังนั้นจึงไม่ได้มอบหมายให้ซูอี้หัวรับผิดชอบ สีต้าหมิงเตือนสติซูอี้หัวว่าจงหนีให้ไกลจากพายุ ซูอี้หัวและชิวชิ่งเฉิงซึ่งมีอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน แต่ในเวลานี้ทั้งสองต้องร่วมมือกันเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซูอี้หัวตั้งตัวไม่ติดกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือเมฆดำ อำนาจกำลังเรียกหา เงินทองกำลังโบกมือให้เขา …
หลังจากที่ถังกั๋วไท่ถูกโค่นล้มลงแล้ว ชิวชิ่งเฉิงก็ดำรงตำแหน่งแพทย์หัวหน้าแผนกอายุรกรรม ความใฝ่ฝันของชิวชิ่งเฉิงไม่ได้อยู่เท่านี้ ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นความใฝ่ฝันสูงสุดของเขา เส้นทางที่จะไปให้ถึงนั้นเต็มไปด้วยขวากหนาม ถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหม่าอี้เฟิน เชื่อว่าเขาไม่สามารถดำรงตำแหน่งแพทย์หัวหน้าแผนกอายุรกรรมง่ายดายเช่นนี้ ชิวชิ่งเฉิงและหม่าอี้เฟินเคยให้คำมั่นสัญญาต่อกันว่าเมื่อใดที่ชิวชิ่งเฉิงดำรงตำแหน่งแพทย์หัวหน้าแผนกอายุรกรรม และหม่าอี้เฟินผู้ประกาศข่าว วันนั้นพวกเราจะฉลองด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ในช่วงที่รอให้ความฝันกลายเป็นความจริงขึ้นมานั้น

หม่าอี้เฟินกลับรุกหนักขึ้นโดยเป็นมือที่สามทำลายความสัมพันธ์ของชิวชิ่งเฉิงกับเหม่ยเชี่ยน เธอบอกชิวชิ่งเฉิงว่าเธอตั้งครรภ์แล้ว เธอยืนกรานว่าจะเก็บลูกเอาไว้ เธอรู้ดีว่าชิวชิ่งเฉิงไม่สามารถประกันความสุขให้เธอได้ ความรักจะดูด้อยค่า ทันทีเมื่อเทียบกับอำนาจและเงินทอง ถ้าจะให้ชิวชิ่งเฉิงละทิ้งเกียรติยศชื่อเสียง เชื่อว่าไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน เมื่อหม่าอี้เฟินพบว่าอีกด้านหนึ่งของความรักเต็มไปด้วยความโหดร้าย เธอก็ตัดสินใจล้างแค้นชิวชิ่งเฉิง ไม่ให้ชิวชิ่งเฉิงสมปรารถนา

หลังจากที่ความจริงถูกเปิดเผยออกมา ชิวชิ่งเฉิงไม่มีทางเลือกจึงต้องยกตำแหน่งแพทย์หัวหน้าแผนกอายุรกรรมให้แก่ซูอี้หัว เมื่อถึงคราวตกอับ ชิวชิ่งเฉิงถึงพบว่ามีเพียงเหม่ยเชี่ยนและเสียวหมิ่นภรรยาและลูกสาวเท่านั้นที่อยู่ข้างกายเขา แต่สวรรค์ก็ยังไม่หยุดกลั่นแกล้งเขา ชิวชิ่งเฉิงพบว่ามือทั้งสองข้างของเขากุมความเป็นความตายของคนไข้ มีคนไข้รายหนึ่งประสบอุบัติเหตุต้องได้รับการผ่าตัดโดยด่วน นึกไม่ถึงว่าเขาต้องผ่าตัดให้เสียวหมิ่นลูกสาวของเขาด้วยมือของเขาเอง สิ่งที่ทำให้เขาเจ็บปวดคือไม่สามารถรักษาชีวิตลูกสาวไว้ได้ ในเวลานี้เองจึงทำให้ชิวชิ่งเฉิงตระหนักถึงคุณค่าของชีวิต ความผิดพลาดในครั้งก่อน บัดนี้ยมทูตทวงหนี้เขาแล้ว ครั้งนี้ชิวชิ่งเฉิงไม่เพียงพ่ายแพ้ให้ตัวเอง เขายังพ่ายแพ้ให้แก่ชะตากรรมอีกด้วย
หกเดือนต่อมา ห้องแถลงข่าวของโรงพยาบาลได้จัดงานเลี้ยงขอบคุณผู้สื่อข่าว คนไข้ตัวน้อยซึ่งได้รับการเปลี่ยนหัวใจและไตต่างพากันมาร่วมงาน ทุกคนต่างมีสุขภาพที่แข็งแรง ทุกคนต่างพากันขอบคุณชิวหมิ่นที่ได้บริจาคอวัยวะทำประโยชน์ให้เพื่อนมนุษย์ เด็กที่ได้รับการบริจาคหัวใจจากเสียวหมิ่นได้ขอบคุณในความอนุเคราะห์ของชิวชิ่งเฉิงและเหม่ยเชี่ยน ชิวชิ่งเฉิงดึงเด็กซึ่งได้รับบริจาคหัวใจจากเสียวหมิ่นเข้ามากอด เสียวหมิ่นยังมีชีวิตอยู่ เธอไม่ได้จากพวกเราไป เสียงเต้นของหัวใจเป็นเครื่องยืนยันว่าความรักไม่ได้สูญสลายไป ความรักยังคงอยู่ในจิตใจชั่วนิจนิรันดร์